“จี้รัฐบริหารจัดการน้ำ-คุมเข้มผังเมือง” กรมโยธาธิการและผังเมือง ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงทั้ง ๓ ประเด็น

ตามที่หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ ๗ – ๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ หน้า ๒๒ ได้นำเสนอข่าวคอลัมน์ “จี้รัฐบริหารจัดการน้ำ-คุมเข้มผังเมือง” กรมโยธาธิการและผังเมือง ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงทั้ง ๓ ประเด็น ดังนี้ตามที่หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ ๗ – ๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ หน้า ๒๒ ได้นำเสนอข่าวคอลัมน์ “จี้รัฐบริหารจัดการน้ำ-คุมเข้มผังเมือง” กรมโยธาธิการและผังเมือง ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงทั้ง ๓ ประเด็น ดังนี้

        ประเด็นที่  เรียกร้องให้ดำเนินการเรื่องผังเมืองเป็นระดับกระทรวง เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ระบบผังเมืองต้องมีความชัดเจน กรมฯขอเรียนชี้แจงว่า กรมฯได้ดำเนินวางและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และมีระบบผังเมืองในระดับเมือง/ชุมชนและพื้นที่สำคัญ อาทิ พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ พื้นที่ชายแดน พื้นที่ท่องเที่ยว นอกจากนั้นมีการปรับปรุงกฎหมายการผังเมืองทั้งฉบับ ( พ.ร.บ.ผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘) ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว จะมีการนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติต่อไป ในด้านการปฏิรูปองค์กรนั้น กรมฯ ได้รับทราบนโยบายเกี่ยวกับการปฏิรูปองค์กรด้านการผังเมือง จึงได้เสนอต่อกระทรวงมหาดไทยรวมทั้งมีการพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาความเหมาะสม โดยยึดถือกฎหมาย ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก ปัจจุบัน กรมฯเสนอจัดตั้งกรมการผังเมืองและจัดตั้งกรมโยธาธิการ และร่วมกันหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ โดยมีข้อสรุปเป็น ๒ กรณี คือ แนวทางที่ ๑ การจัดตั้งกรมการผังเมือง สังกัดกระทรวงมหาดไทยและแนวทางที่ ๒ การปรับปรุงกรมโยธาธิการและผังเมืองให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนไป สำหรับขั้นตอนการดำเนินการต่อไป กระทรวงมหาดไทยจะจัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างระบบราชการของกระทรวงฯ และเสนอเรื่องให้ กพร. พิจารณาเห็นชอบ /เสนอ ครม./เสนอ สภานิติบัญญัติ/ประกาศใช้บังคับต่อไป

        ประเด็นที่  มีการเปิดเผยข้อมูลว่าตามข้อเท็จจริงห้างค้าปลีกต้องอยู่ห่างจากเมืองไม่ต่ำกว่า ๑๐ กิโลเมตร แต่กลับมีการเปิดช่องให้ทำประชามติได้ ซึ่งที่ผ่านมาทุกห้างค้าปลีกก็ผ่านประชามติ เข้ามาก่อสร้างอยู่บริเวณใจกลางเมืองส่งผลกระทบต่อผู้ค้ารายย่อย กรมฯขอเรียนชี้แจงว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ เห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเสนอให้กระทรวงมหาดไทยรับไปดำเนินการเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือธุรกิจร้านค้าปลีกค้าส่งขนาดเล็กและขนาดกลาง และจัดระเบียบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่โดยใช้มาตรการทางด้านกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร และกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองไปพลางก่อนในระหว่างที่ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงพาณิชย์ยังไม่มีผลใช้บังคับ ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองได้พิจารณาดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล โดยในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทยเพื่อควบคุมการก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งมีผลบังคับใช้ ๑ ปี และปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้มีการออกกฎกระทรวงในเรื่องเดียวกันใช้บังคับมาจนถึงปัจจุบัน โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ส่วนในพื้นที่นอกเขตผังเมืองรวมได้ออกประกาศกรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินสำหรับการประกอบกิจการค้าปลีกค้าส่งตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในเมืองและนอกเมืองของทุกจังหวัด โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง ภายใต้ขอบเขตอำนาจของกฎหมายทั้งสองฉบับ ได้กำหนดเงื่อนไขของการก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการผังเมืองไว้ ๑๐ ข้อ เช่น ต้องมีระยะห่างจากเขตเทศบาล ไม่น้อยกว่า ๑๐ กิโลเมตร แปลงที่ดินที่ตั้งอาคารต้องอยู่ติดถนนสาธารณะกว้างไม่น้อยกว่า ๔ ช่องจราจรหรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร มีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๗๐ ใน ๑๐๐ ส่วนของที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร และมีที่ว่างด้านหน้าห่างจากถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร มีที่จอดรถยนต์ ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เป็นต้น (ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่าอาคารประเภทอื่น) โดยบางท้องที่อาจแตกต่างไปจากนี้ ตามสภาพพื้นที่และความเหมาะสมซึ่งมาจากการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ

        ประเด็นที่  ห้างค้าปลีกที่มีการก่อสร้างใจกลางเมือง มีการถมที่ยกสูงทับแก้มลิงธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ต่าง  กรมฯขอชี้แจงว่า ในกรณีที่มีการถมดินสูงกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ใกล้เคียง และมีพื้นที่เนินดินไม่เกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร หรือมีพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียงหรือบุคคลอื่น และหากมีการถมดินเกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร นอกจากต้องจัดให้มีการระบายน้ำแล้ว ต้องแจ้งการถมดินนั้นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดด้วย ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกทีนี่